บอร์ด ความรัก,แม่บ้านไทยเมืองเซนไดแนะเคล็ดลับการอาบออนเซ็นประเทศญี่ปุ่น ประสบการณ์ช.. โพสท์โดย ห่ะไรนะพักนี้ จขกท.แม่บ้านไทยเมืองเซนได ไปเที่ยวโรงแรมออนเซ็นญี่ปุ่นที่ไหนๆ มักจะได้ยินเสียงภาษาไทยแว่บๆจากกลุ่มคนที่เดินสวนกัน แม้แต่ในห้องอาบน้ำก็จะเจอกับนักท่องเที่ยวต่างชาติไทยอยู่บ่อยๆ ทำให้รู้สึกว่าคนไทยเริ่มคุ้นเคยในการถอดเสื้อผ้าร่วมลงอาบน้ำกับคนอื่นๆมากขึ้น หลายคนรู้ลำดับการใช้เป็นอย่างดี กระทู้นี้ จขกท.แม่บ้านไทยที่อาศัยอยู่เมืองเซนได ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ขอเสริมข้อมูลเคล็ดลับการอาบออนเซ็นให้อีกหน่อยค่ะ ขอแบ่งเป็น 2 กระทู้ด้วยกัน กระทู้นี้จะเป็นการเตรียมตัวก่อนลงบ่ออาบ และกระทู้ต่อไปจะเกี่ยวเมื่อเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำแล้ว1)    ขั้นตอนการลงไปใช้ห้องอาบน้ำรวม สำหรับคนที่ยังสลัดความเขินอายไม่ได้คือ เลือกเวลาที่คนอาบน้อยๆ นั่นคือตอนที่คนส่วนใหญ่กำลังรับประทานอาหารกัน คือ 18.00 น.-19.30 น. หรือเช้า 7.00-8.30 น.  โดยทั่วไปคนญี่ปุ่นที่มาเที่ยวออนเซ็นกันนั้น จะอาบกันราวๆ 2-3 หนต่อการพัก 1 คืน  หนแรกคือหลังจากที่เช็คอินได้ไม่นานก่อนทานอาหาร หนที่สองคือก่อนเข้านอน หนที่สามคือตอนเช้าตรู่วันรุ่งขึ้นก่อนทานอาหารเช้า2)    ชุดยุกะตะ (กิโมโนแบบง่ายๆ)ที่โรงแรมมีไว้ให้แขกใส่ระหว่างพำนัก จะอยู่ในตู้เสื้อผ้าในห้องพัก (บางแห่งมีอยู่ข้างนอกตรงทางเดิน) ซึ่งเขาจะมีให้ตามความสูงของผู้ใส่ เพื่อไม่ให้ยาวไปหรือสั้นไปไม่รู้จะเอาตัวไหนดีให้ดูตรงคอเสื้อด้านในค่ะ จะมีตัวอักษรจีน 小、中、แม่บ้านไทยเมืองเซนไดแนะเคล็ดลับการอาบออนเซ็นประเทศญี่ปุ่น大、แม่บ้านไทยเมืองเซนไดแนะเคล็ดลับการอาบออนเซ็นประเทศญี่ปุ่นแม่บ้านไทยเมืองเซนไดแนะเคล็ดลับการอาบออนเซ็นประเทศญี่ปุ่น特大 เขียนไว้小  เล็ก   สำหรับเด็ก中  กลาง   สำหรับผู้มีความสูงไม่เกิน 165 ซม. 大  ใหญ่   สำหรับคนสูงราวๆกว่า 166 -175 ซม.特大   ใหญ่พิเศษ  สำหรับผู้สูงเกิน 180 ซม.3)    เวลาใส่ยุกะตะนั้น ข้างในมีแต่เพียงชุดชั้นใน ใส่โดยให้ชายขอบยุกะตะด้านซ้ายทับขอบด้านขวา อย่ากลับกัน (เพราะนั่นเป็นความหมายไม่มงคล ) แล้วคาดเอวด้วยสายคาดที่มีอยู่ให้ด้วย เวลาจะออกไปเดินนอกห้องอาจจะใส่เสื้อคลุมที่เขามีแขวนไว้ในตู้ทับอีกชั้น ข้อดีของเสื้อคลุมนี้คือมุมของแขนเสื้อเป็นเหมือนถุงใช้ ใส่กุญแจห้อง มือถือ ทิชชู ฯลฯ ติดตัวได้4)    ในห้องอาบน้ำของโรงแรมจะมีสบู่ แชมพู ครีมนวดผมให้ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเอาของตัวเองลงไป แต่มักจะไม่มีผ้าเช็ดตัวให้ จึงต้องเอาจากในห้องตัวเองลงไปด้วย ผ้าเช็ดตัวมี 2 ขนาด ผืนเล็กและผืนใหญ่ เอาไปทั้ง 2 ผืนเลย ในตู้เสื้อผ้าจะมีถุงพลาสติคเล็กๆใส่ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กและชุดแปรงสีฟันเป็นมาตรฐาน ถุงพลาสติคเล็กๆนั่นน่ะคะเอาไปด้วยนะคะ เพราะจะได้เอาไว้ใส่ผ้าเช็ดตัวเล็กที่เปียก กลับขึ้นมาตากที่เพื่อเอาไว้ใช้คราวลงครั้งต่อไป 5)    จากห้องพัก เดินใส่ยูกะตะ และรองเท้าแตะที่มีให้ไปห้องอาบน้ำได้เลย เมื่อถึงห้องอาบน้ำดูให้ดีนะคะ ว่าห้องไหนของผู้ชายหรือของผู้หญิง โดยดูจากสีของม่านตรงทางเข้า (โนะเร็น) ม่านสี ดำ/น้ำเงิน/ฟ้า/เขียว จะเป็นห้องของผู้ชาย (男)ม่านสีอ่อนหรือสดใสเช่น ชมพู/แดง/ส้ม เป็นห้องอาบน้ำผู้หญิง(女) เนื่องจากจะมีการสลับห้องชาย-หญิงกันเพื่อให้ทั้งผู้พักทั้งชายและหญิงได้เห็นวิว เพลิดเพลินกับห้องอาบน้ำทุกห้องได้เท่าเทียมกัน 6)    เมื่อแน่ใจว่าจะเข้าห้องไหนแล้วจึงเลิกม่านเดินเข้าไป ถอดรองเท้าอย่างที่คนอื่นเขาถอดๆกัน โดยมากจะหันหัวออกตามธรรมเนียม แต่เพราะรองเท้าแตะทุกคนเหมือนกันหมด พยายามจำตำแหน่งรองเท้าของตัวเองไว้ โรงแรมหลายๆแห่งจะมีไม้หนีบติดหมายเลขใส่ตะกร้าไว้ข้างๆ ให้ใช้หนีบรองเท้าแตะของตนแล้วจำหมายเลขนั้นไว้7)    ก้าวเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินตรงไปที่ชั้นวางตะกร้า เลือกอันที่ว่างๆ แล้วถอดชุดที่ใส่มาทั้งหมดใส่ เสร็จแล้วใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่คลุมปิดทับ ไม่ให้ใครเห็นของส่วนตัวของเรา แล้วยังดูเรียบร้อยอีกด้วยหลังจากนี้ไป ที่ตัวเราไม่มีอะไรเหลือแล้วนะคะ  แก้ความขวนเขินด้วยใช้ผ้าขนหนูเล็กๆที่มีติดตัวมาให้เป็นประโยชน์ ผู้หญิงญี่ปุ่นเองก็ยังไม่ค่อยเดินโท่งๆกันค่ะนอกจากที่แก่งอมแล้วจริงๆ สาวๆหลายคนถือผ้าตามแนวตั้งให้ปิดส่วนกลางของร่างกายเวลาเดินไปมาในห้องอาบน้ำ ผู้ชายเดินยังไงจขกท.ไม่รู้ เมื่อเข้าไปในห้องบ่อน้ำร้อนแล้วผ้าขนหนูนี้จะเอาไว้ใช้ขัดถูตัวก่อนลงบ่ออาบน้ำ ใช้เช็ดหน้าตาเวลาเหงื่อแตกในบ่อน้ำร้อน ใช้โพกผม อีกทั้งใช้เช็ดสะเด็ดน้ำออกจากตัวก่อนออกจากห้องอาบน้ำค่ะ เอาล่ะนะคะ ต่อจากนี้ไปเป็นการเดินเข้าห้องอาบน้ำกันจริงๆแล้ว จขกท.จะกลับมาเขียนต่อเร็วๆนี้ค่ะ